การจองห้องพัก

วันที่เข้าพัก

จำนวนวัน

วันที่ออก

จำนวนห้อง

ผู้ใหญ่

เด็ก

ราคาพิเศษเฉพาะกลุ่ม

 

ประวัติความเป็นมา

ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล – หนึ่งในเครือโรงแรมระดับชั้นนำของเอเชีย

ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ก่อตั้งขึ้นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2492 ในชื่อว่า "โรงแรมปริ๊นเซส" ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง โดยมีท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ประธานกิตติมศักดิ์เป็นผู้ก่อตั้ง ความสำเร็จของการดำเนินกิจการโรงแรมปริ๊นเซสในครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เครือโรงแรมชั้นนำสัญชาติไทย ที่ปัจจุบันได้ดำเนินธุรกิจและเปิดให้บริการมามากกว่า 60 ปี

ท่านผู้หญิงชนัตถ์ มิได้หยุดยั้งแต่เพียงเท่านั้น ท่านยังสร้างโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ด้วยเจตนารมณ์ที่จะให้เป็นโรงแรมหรูซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯแห่งแรก โดยโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพเปิดให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2513 และกลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในแง่ของการให้การบริการที่เป็นมาตรฐานสากล แม้ว่าในเวลาต่อมาธุรกิจโรงแรมจะมีการแข่งขันสูงขึ้น และมีการก่อสร้างโรงแรมใหม่ขึ้นมาเป็นจำนวนมากก็ตาม โรงแรม ดุสิตธานี กรุงเทพฯ ก็ยังเป็นโรงแรมชั้นนำระดับแนวหน้าที่ยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน โรงแรม ดุสิตธานี กรุงเทพฯ ได้กลายเป็นโรงแรมต้นแบบที่สำคัญของเครือ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล

Old Building

Old Building สำหรับชื่อของโรงแรมดุสิตธานีนั้น มีความหมายว่า "เมืองในสวรรค์" เนื่องจากคำว่า "ดุสิต" ในภาษาไทย เป็นชื่อของสวรรค์ชั้นที่ 4 และคำว่า "ธานี" มีความหมายว่า เมือง การตั้งชื่อโรงแรมเช่นนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่จะสร้างเมืองแม่แบบประชาธิปไตย โดยตั้งชื่อเมืองนั้นว่า "ดุสิตธานี" นอกจากนี้พระบรมรูปของพระองค์ท่าน ที่สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2461 ยังตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนพระราม 4 อันเป็นสถานที่ตั้งของโรงแรมอีกด้วย

ดุสิตธานีไม่ได้นำเพียงการหยิบยกชื่อมาใช้เท่านั้น แต่ยังได้ปฏิบัติตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงมีพระประสงค์จะสร้างเมืองสมัยใหม่ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นไทยและตะวันตกเข้าด้วยกัน ดังนั้น สถาปัตยกรรมของดุสิตธานีจึงมีความร่วมสมัย แต่แฝงไปด้วยความเป็นไทยอันงดงามแบบดั้งเดิมเอาไว้ การออกแบบตกแต่งภายในโรงแรมจะแสดงถึงงานศิลปกรรมของไทยแท้ เพื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยอันวิจิตร สง่างาม ในขณะเดียวกันสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆภายในโรงแรมต้องสามารถตอบสนองและเติมเต็มความประทับใจอย่างสูงสุดแก่แขกผู้มาพักของโรงแรม ด้วยบริการอันเลิศหรูและทันสมัย

Dusit Thani Hua-Hinในปีพ.ศ.2530 ดุสิตตระหนักถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นที่พักผ่อนตามรีสอร์ท จึงได้ปรับปรุงโรงแรมดุสิตธานี พัทยาให้กลายเป็นรีสอร์ท นอกจากนี้ได้มีการเปิดตัว โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งเป็นรีสอร์ทริมชายหาดอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต และในปีพ.ศ.2532 ได้เปิดให้บริการดุสิตรีสอร์ท แอนด์ โปโลคลับ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ดุสิตธานี หัวหิน) หลังจากนั้น โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส เชียงใหม่ ก็เปิดให้บริการขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจของภาคเหนือในปีพ.ศ.2534 ตามด้วยโรงแรมทางภาคเหนือแห่งที่สองในจังหวัดเชียงราย คือโรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงราย ซึ่งเปิดให้บริการในปีเดียวกัน

ในปีพ.ศ.2538 ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนลได้เข้าบริหารโรงแรมนิกโก้ มะนิลา โดยการซื้อหุ้นบริษัท ฟิลิปปินส์ โฮเทลลิเออร์ อิงค์(Philippine Hoteliers Inc.) (PHI) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มาจากบริษัท เจแปน แอร์ไลน์ ดีเวลล็อปเม้นท์ (Japan Airlines Development Company Limited ) และ เจเอแอล เทรดดิ้ง อิงค์ (JAL Trading Inc.) และเพื่อยกระดับการบริการ ดุสิตอินเตอร์เนชั่นแนล ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน คณะผู้บริหารจึงได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างทางการบริหารและนำชื่อ "ดุสิต" เข้าไปรวมกับชื่อโรงแรมเดิม และเปลี่ยนเป็น โรงแรม ดุสิตธานี มะนิลา

ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2544 ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เปิด โรงแรมดุสิตธานี ดูไบ ประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อขยายตลาดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ไปยังประเทศแถบตะวันออกกลาง พนักงานของโรงแรมดุสิตธานี ดูไบ ส่วนใหญ่คัดเลือกมาจากประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการบริการแบบไทยดั้งเดิมอันอบอุ่นและมีเสน่ห์จะยังคงได้รับการถ่ายทอดอย่างสมบูรณ์แบบ และในปีพ.ศ. 2548 ดุสิตได้ตั้งสำนักงานประจำภูมิภาคตะวันออกกลางขึ้นในดูไบ โดยครอบคลุมไปถึงประเทศสมาชิกต่างๆ ของกลุ่มสภาความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council) เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมโรงแรมในภูมิภาคตะวันออกกลาง

dusitD2 baraquda pattayaต่อมาในเดือนพฤศจิกายนปีพ.ศ.2549 ดุสิตอินเตอร์เนชั่นแนลได้เปิดตัวโรงแรมใหม่ ภายใต้แบรนด์ ดุสิตดีทู (dusitD2) ในนาม โรงแรม ดุสิตดีทู เชียงใหม่ เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่มีแนวคิดการออกแบบและการตกแต่งโดยเน้นรูปแบบความทันสมัย มีชีวิตชีวา แต่เรียบง่ายในแบบที่โก้หรู มาผสมผสานกับวิถีแห่งความเป็นไทยได้อย่างโดดเด่นและลงตัวผนวกกับการบริการที่ได้มาตรฐานสูงเทียบเท่าระดับนานาชาติ พร้อมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นนี้ทำให้ดุสิตดีทู แตกต่างไปจากแบรนด์โรงแรมอื่นๆ โดยโรงแรมดุสิตดีทู บาราคูด้า พัทยา ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งที่สองของแบรนด์ดุสิตดีทู ได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

นอกจากการขยายเครือข่ายแบรนด์ลูกของดุสิตแล้ว บริษัทยังได้เปิดตัวดุสิต เรสซิเด้นส์ เซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ ซึ่งเป็นการผสมผสานจุดเด่นของที่พักอาศัยที่สร้างสรรค์เป็นพิเศษพร้อมบริการในระดับห้าดาว ซึ่งเป็นการสร้างผสมผสานความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยกับความสะดวกสบายและความเป็นเลิศที่เทียบเท่าระดับโรงแรม โรงแรมเพิร์ล โคสต์ พรีเมียร์ โฮเต็ล อพาร์ทเมนท์ ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมกราคม ปี พ.ศ.ี 2550 ตามด้วยดุสิต เรสซิเด้นส์ ดูไบ มารีน่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในปี พ.ศ. 2551

นอกจากนี้ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนลได้เปิดให้บริการโรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ที่พักชั้นหนึ่งในราคามิตรภาพซึ่งตั้งอยู่ตามเมืองท่องเที่ยวและเศรษฐกิจหลักและรองทั่วประเทศ โรงแรมแต่ละแห่งมีสถานที่ตั้งเป็นจุดเด่น และสนองตอบความต้องการของชุมชนเมืองและการตลาดในท้องถิ่นนั้นๆ การถือกำเนิดใหม่ของโรงแรมปริ๊นเซสตามต้นแบบดั้งเดิมมีขึ้นในวันเปิดให้บริการของโรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ ในปีพ.ศ. 2532 ซึ่งเป็นโรงแรมสไตล์บูติคที่ตั้งอยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง ปัจจุบันมีโรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ทั้งหมด 7 แห่งในประเทศไทย โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซสในต่างประเทศแห่งแรกคือ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ซิตี้ เซ็นเตอร์ ดูไบ เมืองดูไบ ซึ่งเปิดตัวไปในเดือนธันวาคม ปีพ.ศ. 2552

Dusit Princess Koh Changในปีพ.ศ. 2550 ดุสิตได้เข้าร่วมลงทุนกับ เบิร์ด ฮอสพิทอลลิตี้ เซอร์วิสเซส (Bird Hospitality Services หรือ BHS) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ เบิร์ดกรุ๊ป (Bird Group) หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีการให้บริการที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย เพื่อนำแบรนด์โรงแรมของดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนลเข้าสู่ประเทศอินเดีย โรงแรมแห่งแรกของโครงการคือโรงแรมดุสิต เทวารัณย์ นิวเดลี ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปีพ.ศ. 2554 ตามด้วยโรงแรมดุสิตดีทูแห่งแรกในต่างประเทศ ได้แก่ โรงแรมดุสิตดีทู นิวเดลี โรงแรมดุสิตเทวารัณย์ ไจปัวร์ โรงแรมดุสิตเทวารัณย์ ริชิเกช และโรงแรมดุสิตธานี กัว นอกเหนือจากแผนขยายธุรกิจอันรวดเร็วแล้ว ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนลยังประกาศการเข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศจีนเป็นครั้งแรกอีกด้วย โดยโรงแรมดุสิตธานี ซานย่า มีกำหนดจะเปิดดำเนินการในปีพ.ศ. 2554 เช่นเดียวกับโครงการอื่นๆ อีกมากมายที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมดุสิตธานี อาบูดาบี โรงแรมดุสิตธานี ดิลมูเนีย บาห์เรน และโรงแรมดุสิตธานี เจดดาห์

เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจของดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล และคำนึงถึงการริเริ่มจัดตั้งการศึกษาด้านอุตสาหกรรมการบริการที่ดีที่สุดในระดับความรู้พื้นฐานไปจนถึงระดับสูงสุด จึงผลักดันให้ท่านผู้หญิงชนัตถ์ก่อตั้งวิทยาลัยดุสิตธานีขึ้นในปีพ.ศ. 2536 ตั้งแต่นั้นมา วิทยาลัยดุสิตธานีกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการบริการในระดับแนวหน้าของภูมิภาค และเป็นสถาบันด้านการบริการแห่งแรกที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยในปีพ.ศ. 2550 ในปีพ.ศ. 2552 วิทยาลัยดุสิตธานีจึงริเริ่มโครงการกับมหาวิทยาลัยไลเซียมในประเทศฟิลิปปินส์เพื่อเป็นการเตรียมเยาวชนรุ่นใหม่ให้พร้อมสำหรับสายงานอาชีพด้านงานบริการที่น่าสนใจในอนาคตวิทยาลัยดุสิตธานีร่วมกับ มหาวิทยาลัยไลเซียมเริ่มเปิดหลักสูตรขึ้นครั้งแรกในเดือนมิถุนายนปีพ.ศ. 2552 โดยมีผู้สมัครเรียนมากกว่า 4,000 คน ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างมากสำหรับการเริ่มต้นโปรแกรมในครั้งนี้ นอกจากนี้ วิทยาลัยดุสิตธานี มีโครงการเปิดวิทยาลัยดุสิตธานี เมืองพัทยาภายในปี พ.ศ. 2554

ด้วยเจตนารมณ์เดียวกันด้านการศึกษา ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนลได้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกับกับเลอ กอร์ดอง เบลอ สถาบันสอนศิลปะการทำอาหารอันทรงเกียรติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ กรุงปารีส ในเดือนสิงหาคม ปีพ.ศ. 2550 โรงเรียนสอนการประกอบอาหารเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ได้เปิดดำเนินการขึ้นและกลายเป็นโรงเรียนแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการสอนทั้งหลักสูตรระยะสั้นสำหรับอาหารหลากหลายประเภท และหลักสูตรระดับสูง 3 เดือนของเลอ กอร์ดอง เบลอ ซึ่งประกอบด้วยหลักสูตรอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม ไปจนถึงการทำอาหารชั้นสูง นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังเปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษด้านการท่องเที่ยวและการบริการทั้งในระดับพื้นฐาน ระดับกลาง และระดับสูง ซึ่งแต่ละวิชาจะใช้เวลาเรียนนาน 10 สัปดาห์ ในปัจจุบัน วิทยาลัยดุสิตธานีได้เปิดหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจด้านการจัดการครัวและภัตตาคาร ร่วมกับเลอ กอร์ดอง เบลอ ด้วยเช่นกัน

Dusit Thani Collegeนอกจากวิทยาลัยดุสิตธานี และธุรกิจร่วมทุน เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิตแล้ว ในปีพ.ศ.2548 ได้มีการก่อตั้งบริษัท ดุสิตเพื่อพัฒนาผู้บริหาร จำกัด (Dusit Executive Development Center Co.,Ltd. หรือ DEDC) ซึ่งเป็นษริษัทในเครือบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)เพื่อเปิดหลักสูตรอบรมผู้บริหารระดับสูง โดยมีการออกแบบหลักสูตร เพื่อให้เหมาะสมกับบุคคลและองค์กรต่างๆในอุตสาหกรรมการบริการ หลักสูตรในระดับผู้บริหารและผู้จัดการดังกล่าวเป็นหลักสูตรที่บริษัทดุสิตพัฒนาและออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อพัฒนาบุคลากรในสายงานการให้บริการให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำไปสุ่ผลการทำงานที่มีคุณภาพอีกด้วย หลักสูตรที่ทางดุสิตได้ออกแบบเพื่อการอบรมนั้นได้รับการยกย่องอย่างแพร่หลายว่าเป็นแนวทางการพัฒนาที่มีประสิทธิผล ทั้งนี้ทางบริษัทได้ร่วมมือกับสถาบันและมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ เพื่อจัดหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีคุณภาพที่น่าเชื่อถือที่สุดโดยผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในวงการด้านอุตสาหกรรมการบริการ

ในปัจจุบัน ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นเครือโรงแรมหรูที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว พร้อมด้วยคุณภาพการบริการอันเป็นเอกลักษณ์เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ทั้งหมดล้วนตอบสนองความต้องการและความปรารถนาที่ลึกซึ้งของผู้ที่มาพักซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ประกอบด้วยโรงแรมในเครือรวม 5 แบรนด์ คือ โรงแรม ดุสิตธานี และรีสอร์ท โรงแรม ดุสิตดีทู และรีสอร์ท โรงแรม ดุสิตปริ๊นเซส และรีสอร์ท โรงแรม ดุสิตเทวารัณย์ และรีสอร์ท และ ดุสิตเรสซิเดนท์ เซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ รวมถึงดำเนินธุรกิจ เทวารัณย์ สปา ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล มีความแตกต่างจากธุรกิจให้บริการแบรนด์อื่น ด้วยมาตรฐานการบริการระดับมืออาชีพและผู้บริหารจัดการที่เปี่ยมด้วยความรู้และประสบการณ์ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนลก่อกำเนิดจากวัฒนธรรมไทยที่จะสร้างให้เกิดประสบการ์ณอันเป็นเอกลักษณ์ และถ่ายทอดลงสู่เจตนารมณ์ในการให้บริการที่ว่า "ไม่ว่าจุดประสงค์ในการมาเยือนของเขาจะเป็นอะไร เขาจะสามารถรู้สึกได้ว่าการได้สัมผัสการบริการในแบบฉบับบของดุสิตนั้น เปรียบเสมือนการเติมพลังให้กับชีวิต"