การจองห้องพัก

วันที่เข้าพัก

จำนวนวัน

วันที่ออก

จำนวนห้อง

ผู้ใหญ่

เด็ก

ราคาพิเศษเฉพาะกลุ่ม

 

Destination Guide

ประเทศไทย

ประเทศไทยตั้งอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 513,115 ตารางกิโลเมตร มีความยาว 1,620 กิโลเมตร จาก่ทิศเหนือ จดทิศใต้ และความกว้าง 775 กิโลเมตร จากทิศตะวันออก จดทิศตะวันตก ทิศเหนือมีพรมแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า ทิศตะวันออกติดกับราชอาณาจักรกัมพูชาและอ่าวไทย ทิศตะวันตกติดกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่าและมหาสมุทรอินเดีย และทิศใต้ติดกับประเทศมาเลเซีย

ในช่วงหลายศตวรรษ ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทยในนามของ"สยาม" ว่าเป็นดินแดนอันห่างไกลและมีความพิเศษเฉพาะที่น่าค้นหา ไม่ต่างจากประเทศญี่ปุ่นและจีน ประเทศไทยเป็นที่รู้จักครั้งแรกของชาวตะวันตกเมื่อปลายศตวรรษที่ 17 ผ่านทางชุดจดหมายเหตุของชาวฝรั่งเศสผู้เชี่ยวชาญการบันทึกเหตุการณ์ อย่างไรก็ตาม ชาวฝรั่งเศสไม่ใช่ชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามา ใช้ชีวิตในราชอาณาจักรไทย ประเทศโปรตุเกสได้ ส่งทูตมายังเมืองหลวง ของสยามคือกรุงศรีอยุธยา เพื่อเจริญสัมพันธไมตรี ในปี 2054 ซึ่งเป็นเวลาไม่นานหลังจากที่โปรตุเกสยึดครองรัฐมะละกาได้ โดยชาวโปรตุเกสได้เข้ามาอาศัยอยู่ในสยามร่วมกับชาวจีน ญี่ปุ่น มาเลย์ และเปอร์เซีย ทำให้กรุงศรีอยุธยากลายเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่มีความเป็นสากลมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคอันกว้างใหญนี้่ ซึ่งในปัจจุบัน็คือ ภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นั่นเอง ประเทศไทยได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยและประชาชนของไทยส่วนใหญ่่นับถือศาสนาพุทธ และเป็นอาณาจักรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สามารถผสมผสานวัฒนธรรมอันเก่าแก่และสภาพความเป็นอยู่ในยุคปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน

ความจริงแล้วประเทศไทยมีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกลักษณะเฉพาะ พิเศษและโดดเด่นซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียและจีน (อันผสานเข้ากันได้อย่างกลมกลืนด้วยการคัดสรรตามคตินิยมอันชาญฉลาด ของไทย) มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ แหล่งทรัพยากรมนุษย์ ์และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ งดงาม อีกทั้งความเป็นเอกราชที่คงมาอย่างยาวนานกว่า 700 ปี และวัฒนธรรมประเพณีของประเทศไทยนั้น สามารถปรับเข้าได้ดีกับวิถีการดำเนินชีวิตในแบบพุทธศาสนิกชนที่ไม่นิยมความ รุนแรง อันเป็นแบบอย่างของความใจบุญ อดทน และเมตตา

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์ประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่จำนวน 7,107 เกาะ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 115,739 ตารางไมล์ (299,764 ตารางกิโลเมตร) หมู่เกาะหลักที่สำคัญได้แก่ ลูซอน วิซายา และมินดาเนา เมืองหลวงคือกรุงมะนิลา เวลามาตราฐานกรีนิชคือ บวก 8 ชั่วโมง (เวลาที่ฟิลิปปินส์เร็วกว่าประเทศไทย 1  ชั่วโมง)

ชาวฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่มีเชื้อสายมลายู และผสมผสานไปกับเชื้อชาติจีน อเมริกัน สเปน และอาหรับ ฟิลิปปินส์มีประชากรประมาณ 76.5 ล้านคน (ในเดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ.2543) และแยกแยะความแตกต่างระหว่างคนเชื้อชาติต่างๆ ออกได้ค่อนข้างยาก เนื่องด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานสมัยอาณานิคมที่ มีพ่อค้าวาณิชจำนวนมากเดินทางเข้ามายังประเทศฟิลิปปินส์ จึงส่งผลให้เกิดวิวัฒนาการผสมระหว่างคนเชื้อสายตะวันออกและตะวันตก ทั้งในด้านรูปร่างหน้าตาและวัฒนธรรม

ประเทศฟิลิปปินส์มีความโดดเด่นในเรื่องการผสมผสานวัฒนธรรมที่หลากหลายได้ อย่างลงตัว เรียกได้ว่าการเชื่อมต่อกันระหว่างตะวันออกและตะวันตกนั้น อยู่ในความเป็นชาวฟิลิปปินส์อย่างแท้จริง พื้นเพเดิมของคนฟิลิปปินส์ คือเชื้อสายอินโดนีเซียและมลายู แต่ก็มีเชื้อชาติจีนและสเปนปนอยู่ด้วยเช่นกัน ต่อมาภายใต้การปกครองของสหรัฐอเมริกาและการติดต่อกับพ่อค้า และนักธุรกิจในยุคสมัยนั้น ก่อให้เกิดการผสมผสานระหว่าง ชาวตะวันออกและตะวันตกชัดเจนขึ้น ทั้งในด้านรูปร่างหน้าตาและวัฒนธรรมของชาวฟิลิปปินส์ หรือคนในประเทศฟิลิปปินส์

แท้จริงแล้ว ลักษณะของฟิลิปปินส์คือวัฒนธรรมลูกผสมที่มีความหลากหลาย “บายานิฮาน” หรือสามัคคีร่วมมือร่วมใจ ของคนในครอบครัวของ ชาวฟิลิปปินส์เป็นลักษณะเด่นของคนฟิลิปปินส์เชื่อกันว่าได้รับการถ่ายทอด มาจากบรรพบุรุษชาวมลายู ส่วนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของครอบครัว ได้รับอิทธิพลมาจากคนจีน และความเคร่งครัดในศาสนาได้มาจากชาวสเปนที่ เข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในยุคศตวรรษที่ 16 ส่วนมิตรไมตรีนั้นคือบุคลิกที่มีมาแต่เดิมของชาวฟิลิปปินส์ และสิ่งนี้เองที่ทำให้เราสามารถแยกความแตกต่างของชาวฟิลิปปินส์ออก และหากไม่ใช่ชาติเดียวแล้ว ก็อาจกล่าวได้ว่าชาวฟิลิปปินส์คือหนึ่งในชนชาติตะวันออกเพียงไม่กี่ประเทศที่ สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วในปัจจุบัน ภาษาฟิลิปิโนคือภาษาประจำชาติ ส่วนภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาไม่เป็นทางการของประเทศ

มิตรไมตรีจิตคือลักษณะพิเศษเฉพาะที่พบได้้ในชาวฟิลิปปินส์ทุกคน และส่งผลให้คนในประเทศนีี้เมีชื่อเสียงเป็นที่จดจำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือว่าหาได้ยากที่จะพบเห็นคนที่มีน้ำใจชอบพบปะทำความรู้จักกับ ชาวต่างชาติที่มาเยือน บางทีอาจเป็นเพราะความสัมพันธ์อันต่อเนื่อง ยาวนานกับชาวสเปน จึงทำให้ชาวฟิลิปปินส์เป็นคนอ่อนไหวและกระตือรือร้น ในชีวิต ซึ่งดูคล้ายกับคนละตินมากกว่าคนเอเชียนั่นเอง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศฟิลิปปินส์

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นสหพันธรัฐที่ประกอบด้วยรัฐเจ้าผู้ครองนคร 7 รัฐ ได้แก่ อาบูดาบี ดูไบ ชาร์จาห์ อัจมาน อุมม์-อัลไกไวน์ ราส-อัลไคมาห์ และฟูไจราห์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2514 อาบูดาบี คือเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และตั้งอยู่ในรัฐที่มีชื่อเดียวกันคือ อาบูดาบีี

สี่ส่วนห้าในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์คือพื้นที่ทะเลทราย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นประเทศที่มีความแตกต่างทางด้านภูมิศาสตร์อย่างมาก กล่าวคือ ากด้านหนึ่งของประเทศที่เป็นสันทรายในทะเลทรายส่วน อีกด้านที่เป็นโอเอซิสอันอุดมสมบูรณ์ และจากเทือกเขาหินสู่ที่ราบลุ่มอันสมบูรณ์

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) มีพื้นที่ทั้งหมด 83,600 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอาหรับ มีพรมแดนติด ประเทศกาตาร์ ทางทิศตะวันตก ทิศใต้และทิศตะวันตกติดกับ ประเทศซาอุดิอาระเบีย และู่ทิศเหนือและทิศตะวันออกติด ประเทศโอมาน

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เติบโตได้เร็วที่สุดแห่งหนึ่งของ โลก และมีองค์ประกอบครบถ้วนสำหรับวันหยุดสุดประทับใจ นั่นคือ แสงแดด ทะเลทราย ทะเล กีฬา แหล่งช้อปปิ้งที่ยากหาใครเปรียบ โรงแรมและห้องอาหารระดับหรู วัฒนธรรมที่มีเสน่ห์รวมไปถึงความปลอดภัยและการต้อนรับที่เป็นมิตร

กรมการท่องเที่ยวและการค้า

อียิปต์

ประเทศอียิปต์ตั้งโดดเด่นอยู่ในแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีคาบสมุทรไซนายเป็นเสมือนสะพานที่เชื่อมต่อกับเอเชียตะวันตก อียิปต์มีพรมแดนด้านทิศเหนือติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับฉนวนกาซ่าและประเทศอิสราเอล ทิศตะวันออกติดกับทะเลแดง ด้านใต้ติดกับประเทศซูดาน และทิศตะวันตกติดกับประเทศลิเบีย

อียิปต์เคยเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของหนึ่งในอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก โดยอาณาจักรที่รุ่งโรจน์ราว 3200 ปีก่อนคริสต์ศักราช และราชวงศ์ที่ปกครองอียิปต์สืบเนื่องต่อมาในอีกช่วงสามสหัสวรรษ ซึ่งได้ฝากมรดกทางสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ รวมทั้งโบราณวัตถุิอันล้ำค่าไว้ให้โลกได้ชื่นชม

อย่างไรก็ตาม อียิปต์ก็ไม่ได้มีเพียงแค่พีระมิดและโบราณ์สถานเท่านั้น แต่ยังมีแหล่งท่องราตรีสุดเก๋ โรงแรมหรู และร้านอาหารระดับห้าดาวไว้บริการผู้มาเยือน คุณสามารถล่องเรือสำราญชมความงามของแม่น้ำไนล์อันแสนโรแมนติก และการเยี่ยมชมมหาอุปรากรยามค่ำคืน อันเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งทางวัฒนธรรมที่คุณไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อน อียิปต์เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา  สัมผัสแห่งความงามและเสียง รวมทั้งมนตราแห่งความน่าดึงดูดใจ ซึ่งในช่วงระยะเวลาหลายพันปีที่ผ่านมานั้น บรรดาจักรพรรดิและกษัตริย์หลายพระองค์ก็ได้ใช้อียิปต์เป็นเสมือนกับสถานที่สำราญส่วนพระองค์

ไคโรหรือเมืองแห่งชัยชนะหรือที่รู้จักในชื่ออย่างเป็นทางการว่า“อัลกาฮิราห์”์ เป็นหนึ่งในชุมชนเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายให้ได้เยี่ยมชม ไคโรคือเมืองหลวงทางการปกครองของประเทศอียิปต์ และป็นศูนย์กลางของประเทศอาหรับและอารายธรรมตะวันตก คุณจะได้สัมผัสกับภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจมากมาย อาทิ มหาพีิระมิดแห่งกิซ่าจากทุกมุมมองของเมือง วิหารเก่าแก่ สุสาน โบสถ์คริสต์ อนุสรณ์สถานของชาวมุสลิมที่งามสง่า และแน่นอนที่พลาดไม่ได้คือ พิพิธภัณฑ์อียิปต์โบราณที่มีชื่อเสียงระดับโลก ไคโรยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สุดวิเศษอีกมากมายหลายแห่ง รวมทั้งหอศิลป์ และโรงอุปรากร เช่น ไคโรโอเปร่าเฮ้าส์ เป็นต้น ไคโรเป็นเมืองที่น่าตื่นเต้น ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาและคึกคักเกือบตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ถึงแม้ไคโรจะเป็นเมืองสมัยใหม่ แต่ก็ยังคงอนุรักษ์ความเป็นเมืองที่มีอารยธรรมโบราณ่ไว้อย่างเหนียวแน่น

สำหรับนักช้อปปิ้งทั้งหลาย ไคโรคือตัวเลือกที่เยี่ยมยอด สถานที่ให้จับจ่ายซื้อของมีไปตลอดตั้งแต่ตลาดข่าน เอลคาลิลี่ (หรือตลาดสินค้ากระจุกกระจิก) อันโด่งดังซึ่งยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมส่วนใหญ่ไว้ตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 14 ไปจนถึงศูนย์การค้าติดแอร์สมัยใหม่ที่จำหน่ายสินค้าแฟชั่นล่าสุด คุณสามารถหาของที่ระลึกจากฝั่งตะวันออกได้ทั้งหมดจากตลาดแห่งนี้ โดยเฉพาะสินค้าชื่อดัง อย่าง เครื่องเทศ น้ำหอม เครื่องทองรูปพรรณ เครื่องเงิน พรม เครื่องทองเหลืองและทองแดง สินค้าทำจากหนัง แก้ว เซรามิค และมาชาบิยา

นอกจากนี้ ยังมีตลาดริมถนนที่มีชื่อเสียงแห่งอื่นๆ เช่น เวกาลา อัลบารัค (Wekala al-Balaq )ตลาดขายผ้าและผ้าฝ้ายอียิปต์ ตลาดขายกระโจม ตลาดขายสินค้าประยุกต์ ตลาดโมฮาหมัด อาลี ที่จำหน่ายเครื่องดนตรี และตลาดอูฐ ซึ่งทั้งหมดล้วนมอบประสบการณ์ที่น่าทึ่งอย่างแท้จริงให้กับ่คุณ ตลาดเหล่านี้คือแหล่งสวรรค์สำหรับนักช็อปมาเป็นเวลาหลายพันปี และก็ยังคงเป็นเช่นนั้นมาจวบจนทุกวันนี้    

เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศอียิปต์