เป้าหมายพัฒนา ‘เดอะ ฟู้ด สคูล’ ผลิตบุคลากร เข้าร่วมคว้ารางวัลระดับเวิลด์คลาส

กรุงเทพฯ 4 กุมภาพันธ์ 2569 กลุ่มดุสิตธานีเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการบริการระดับโลก ด้วยความมุ่งมั่นผลิตบุคลากรคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมบริการ วางเป้าหมายเร่งพัฒนา “เดอะ ฟู้ด สคูล” ให้สามารถเร่งผลิตบุคลากรคุณภาพให้มากขึ้น สร้างโอกาสในการเข้าคว้ารางวัลระดับเวิลด์คลาส หลังจากประสบความสำเร็จในการสร้างเชฟมิชลินสตาร์ จากสถาบันการศึกษาในเครือดุสิตธานี ทั้งวิทยาลัยดุสิตธานี และเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต กรุงเทพฯ พร้อมโชว์ศักยภาพในฐานะแบรนด์ไทยที่ดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา “การบริการที่เปี่ยมด้วยความเป็นไทย” ส่งผลให้โรงแรมภายใต้การบริหาร 3 แห่ง คว้า“กุญแจมิชลิน” 1 ดอก ขณะที่ร้านอาหาร “คานนูบี บาย อุมแบร์โต บอมบานา” ที่เปิดให้บริการในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ คว้า มิชลิน 1 ดาว

นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในขณะที่อุตสาหกรรมบริการทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านบริการ ด้านบุคลากร และด้านความคาดหวังที่สูงขึ้น กลุ่มดุสิตธานียังคงมุ่งมั่นที่จะฟันฝ่าความท้าทายดังกล่าวด้วยเป้าหมายในการผลิตบุคลากรคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมบริการอย่างต่อเนื่อง  ภายใต้ปรัชญา “การบริการที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นไทย” ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประสบการณ์ของลูกค้า แต่ยังหมายถึงมาตรฐาน ทักษะ และพื้นฐานที่จะช่วยผลักดันบุคลากรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมนี้ โดยล่าสุด กลุ่มดุสิตธานีวางแผนที่จะมุ่งพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ ผ่านเดอะ ฟู้ด สคูล โรงเรียนสอนการทำอาหารที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมจริง ด้วยความร่วมมือกับสถาบันพันธมิตรระดับนานาชาติ ได้แก่ ALMA ของอิตาลี, TSUJI ของญี่ปุ่น และวิทยาลัยดุสิตธานี เพื่อเสริมทักษะให้ทั้งผู้ประกอบวิชาชีพและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ตอกย้ำรากฐานด้านวัฒนธรรมอาหารที่เข้มแข็งของประเทศไทย เชื่อมต่อไปสู่ระดับสากล

“ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา กลุ่มดุสิตธานีได้พัฒนาบุคลากรคุณภาพในอุตสาหกรรมอาหารและบริการ ที่เติบโตจากระบบการศึกษาของเรา ทั้งจากวิทยาลัยดุสิตธานีและเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต กรุงเทพฯ จนมีศิษย์เก่าที่เติบโตและเฉิดฉาย มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับโลกจำนวนมากมาย จนถึงวันนี้เรามีเป้าหมายอย่างชัดเจนที่จะผลักดันให้ “เดอะ ฟู้ด สคูล” สถาบันการศึกษาน้องใหม่ของกลุ่ม ทำหน้าที่สร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถรุ่นใหม่ๆ ด้วยความมุ่งหวังที่จะได้รับการยอมรับบนเวทีระดับโลกอย่างมิชลิน เจริญรอยตามสถาบันที่มีอยู่” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี กล่าว

ที่ผ่านมา กลุ่มดุสิตธานีประสบความสำเร็จในการผลิตบุคลากรคุณภาพ ที่เติบโตจากสถาบันการศึกษาในเครือดุสิตธานี โดยวิทยาลัยดุสิตธานี ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำด้านการบริการและศิลปะการประกอบอาหารที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี สามารถผลิตเชฟและผู้ประกอบการคุณภาพมากมาย รวมถึงผู้ร่วมแข่งขันบนเวทีระดับนานาชาติ เช่น มาสเตอร์เชฟ และไอรอนเชฟ โดยศิษย์เก่าที่ได้รับรางวัลจากมิชลินไกด์ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2569 ได้แก่

  • เชฟอู๋ – สิทธิกร จันทป เจ้าของร้าน AKKEE – ได้รับมิชลิน 1 ดาว ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
  • เชฟแทน – ภากร โกสิยพงษ์ เจ้าของร้าน GOAT Bangkok – ได้รับมิชลิน 1 ดาว ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง และรางวัล มิชลิน กรีน สตาร์ จากแนวปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน
  • เชฟฝ้าย – ศิโรรัตน์ เถาว์โท เจ้าของร้าน M-O-K – ได้รับรางวัลบิบ กูร์มองด์ ของมิชลิน
  • เชฟนิว – นิตินันท์ มังคลา เจ้าของร้าน AGAVE – ได้รับรางวัลบิบ กูร์มองด์ ของมิชลิน

เช่นเดียวกันกับความสำเร็จของโรงเรียนการอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต กรุงเทพฯ ที่มีศิษย์เก่าที่มีผลงานโดดเด่น สามารถก้าวขึ้นทำเนียบเชฟระดับโลก ได้แก่

  • เชฟแพม – พิชญา สุนทรญาณกิจ ได้รับมิชลิน 1 ดาว จากร้าน POTONG รวมถึงรางวัล Asia’s Best Female Chef 2024 และ The World’s Best Female Chef 2025 อีกทั้งร้านยังติดอันดับ ที่ 13 ของ The World’s 50 Best Restaurants 2025 อีกด้วย
  • เชฟจอห์น จันทรศักดิ์ ได้รับมิชลิน 1 ดาว จากร้าน AngloThai ในลอนดอน

การคว้ารางวัลมิชลินของกลุ่มดุสิตธานี ยังครอบคลุมทั้งบริการด้านโรงแรม และร้านอาหาร โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต และโรงแรมดุสิตธานี มักตัน เซบู ได้รับ “มิชลิน คีย์” หรือกุญแจมิชลิน 1 ดอก ซึ่งยืนยันถึงประสบการณ์การเข้าพักระดับพิเศษ การออกแบบที่พิถีพิถัน บริการที่ประณีต และการถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ประสบการณ์ของลูกค้า ขณะที่ร้านอาหาร ‘คานนูบี บาย อุมแบร์โต บอมบานา’ ซึ่งเปิดให้บริการที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ คว้ามิชลิน 1 ดาว และกลายเป็นร้านอาหารอิตาเลียนแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลนี้ ทั้งหมดนี้ ล้วนตอกย้ำบทบาทของกลุ่มดุสิตธานีในฐานะผู้รังสรรค์ประสบการณ์ด้านบริการและอาหารระดับเวิลด์คลาสได้เป็นอย่างดี

ศิษย์เก่าผู้ประสบความสำเร็จระดับรางวัล (จากซ้าย): เชฟอู๋ – สิทธิกร จันทป, เชฟจอห์น จันทรศักดิ์, เชฟแพม – พิชญา สุนทรญาณกิจ และเชฟแทน – ภากร โกสิยพงษ์ เชฟมากฝีมือผู้ได้รับการยอมรับจากมิชลิน ซึ่งเส้นทางอาชีพอันโดดเด่นของพวกเขาล้วนสะท้อนถึงรากฐานความรู้และทักษะอันแข็งแกร่งที่ได้รับจากสถาบันการศึกษาด้านการโรงแรมของกลุ่มดุสิตธานี

สามารถรับชมวิดีโอสรุปข่าวสั้นได้ ที่นี่ และดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอต้นฉบับได้ ที่นี่

กรุงเทพฯ 5 พฤศจิกายน 2568 : หลังจากกลับมาเปิดให้บริการเพียงปีกว่า โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ สร้างปรากฏการณ์ในฐานะโรงแรมแบรนด์ไทย ที่เดินหน้ากวาดรางวัลในระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดติดอันดับ 60 ของ 100 โรงแรมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก จากการจัดอันดับ The World’s 50 Best Hotels 2025 ขณะที่ก่อนหน้านี้เพิ่งคว้า “มิชลิน คีย์” ได้เป็นครั้งแรก ด้าน “ชนินทธ์ โทณวณิก” เปิดใจเบื้องหลังความกล้าตัดสินใจเปลี่ยนแปลงโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ แห่งเดิม และใช้เวลากว่า 5 ปี กับการสร้างโรงแรมแห่งใหม่ ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะผู้นำแห่งการให้บริการแบบไทยในเวทีโลก

นายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT เปิดเผยว่า หลังจากโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ซึ่งเพิ่งกลับมาเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2567 ในระยะเวลาเพียง 1 ปีกว่า โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ สามารถคว้ารางวัลมิชลิน คีย์ (Michelin Key) จากการประกาศของ Michelin Guide มาครองได้เป็นครั้งแรก และล่าสุด โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ยังได้รับเกียรติให้ติดอันดับที่ 60 จากรายชื่อ 100 โรงแรมยอดเยี่ยมของโลก จากการจัดอันดับโดย The World’s 50 Best Hotels 2025 ซึ่งประกาศอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในปีนี้

การจัดอันดับโรงแรมยอดเยี่ยมของโลก  โดย The World’s 50 Best Hotels Academy ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญอิสระกว่า 800 คน จากทั่วโลก ทั้งนักเดินทางมืออาชีพ นักเขียนด้านท่องเที่ยว และผู้นำในอุตสาหกรรมการบริการ เพื่อสะท้อนถึงความเป็นเลิศ ความหลากหลาย และความทุ่มเทของทีมงานเบื้องหลังแต่ละโรงแรมทั่วโลก นับเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการบริการที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในระดับสากล

“รางวัลในระดับนานาชาติและระดับโลก นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวดุสิตธานี ทุกคน และตอกย้ำการตัดสินใจที่ถูกต้องของเราในวันนั้น ที่เลือกที่จะทำในสิ่งที่กล้าหาญด้วยการปิดโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ แห่งเดิม และใช้เวลากว่า 5 ปีกับการลงทุนครั้งสำคัญด้วยการสร้างโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ แห่งใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการมิกซ์ยูสระดับแลนด์มาร์ก “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” ใจกลางกรุงเทพมหานคร การกลับมาครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการพลิกโฉมตำนานแห่งการบริการแบบไทยให้ร่วมสมัย แต่ยังเป็นการยกระดับประสบการณ์แห่งความหรูหราให้เชื่อมโยงกับแนวคิดด้านสุขภาวะและความยั่งยืนในทุกมิติ ด้วยความมุ่งมั่นในการผสาน “ความเป็นไทย” เข้ากับ “นวัตกรรมแห่งการบริการร่วมสมัย” อย่างกลมกลืน เพื่อตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ “ดุสิตธานี” ที่เป็นแบรนด์ไทยบนเวทีโลก ที่ต้องการเป็นตัวแทนแห่งความอบอุ่น ความงดงาม และความภาคภูมิใจของอุตสาหกรรมการบริการไทยอย่างแท้จริง สมดังเจตนารมณ์ของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ท่านผู้ก่อตั้ง” นายชนินทธ์กล่าว

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ โฉมใหม่ ได้ผสานความสง่างามของสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิม เข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โดยทุกห้องพักได้รับการออกแบบให้มองเห็นวิวสวนลุมพินีอันร่มรื่นผ่านกระจกเต็มบานกว้างถึง 5 เมตร พร้อมบริการด้าน wellness ครบวงจร ที่รวมทั้งสระว่ายน้ำอินฟินิตี้พูล ยิม และ Devarana Wellness ที่พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเหนือระดับด้วยทรีตเมนต์ สปา และโปรแกรมดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล  นอกจากนี้ โรงแรมแห่งนี้ยังได้รวบรวมประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับพรีเมียมไว้ครบครัน ทั้งห้องอาหารอิตาเลียนคานูบี, ห้องอาหารพาวิลเลียน, คาเฟ่ ดุสิต กูร์เมต์, รูฟท็อปบาร์ The Spire, 1970 Bar และ Grand Lobby Lounge ซึ่งล้วนสะท้อนศิลปะแห่งการต้อนรับแบบไทยในบรรยากาศร่วมสมัยบนมาตรฐานการบริการระดับสากล

ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี หลังการกลับมาเปิดให้บริการ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากสื่อและองค์กรระดับนานาชาติ พร้อมคว้ารางวัลอันทรงเกียรติหลากหลายรายการ อาทิ

  • รางวัลยอดเยี่ยมด้านการออกแบบห้องพัก – AHEAD Asia Awards 2025
  • โรงแรมใหม่ยอดนิยม – Smart Travel Asia: Best in Travel 2025
  • โรงแรมเปิดใหม่ยอดเยี่ยม – TTG Asia Travel Awards 2025
  • โรงแรมเปิดใหม่ที่ดีที่สุด – Skift Global Innovators Round-up (Winter 2025)
  • โรงแรมที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ – Condé Nast Traveller
  • โรงแรมในเมืองเปิดใหม่ยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย – Tatler Best Awards (Thailand Hotels)
  • รางวัล Best in Class 2025 – Tatler Best Hotels Asia Pacific  – Tatler Best Awards 2025
  • โรงแรมหรูยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย – Travel Weekly Asia Readers’ Choice Awards
  • หนึ่งใน 10 โรงแรมในเมืองที่ดีที่สุดในประเทศไทย – Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2025
  • รางวัลกุญแจมิชลิน 1 ดอก – One MICHELIN Key 2025  ซึ่งสะท้อนถึงประสบการณ์การเข้าพักอันโดดเด่น มีเอกลักษณ์ และมาตรฐานการบริการระดับโลก
  • และล่าสุด โรงแรมยอดเยี่ยม อันดับที่ 60 ของโลก ในการจัดอันดับ 100 โรงแรมยอดเยี่ยมของโลก โดย The World’s 50 Best Hotels 2025 

รักษาการประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี กล่าวด้วยว่า ขณะที่อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มดุสิตธานี คือ กระแสตอบรับสวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค สวนลอยฟ้าขนาด 7 ไร่ ในโครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” ซึ่งเป็นความตั้งใจของกลุ่มดุสิตธานีที่จะมอบให้เป็นพื้นที่สีเขียวของประชาชน ที่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่นอกจากจะบ่งบอกถึงความเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญแล้ว ยังบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มดุสิตธานีที่จะตอบแทนคืนสังคม รวมถึงสร้างความยั่งยืนผ่านโครงการสวนดุสิตอรุณ

“ทั้งหมดคือ จิตวิญญาณของความเป็นดุสิตธานี และโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ที่แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนแปลงไป แต่หัวใจของการบริการอันอบอุ่นแบบไทยที่สืบทอดกันมายาวนานตั้งแต่ปี 2513 ซึ่งเปิดให้บริการครั้งแรกจนถึงวันนี้ ยังคงเป็นเหมือนเดิม ขณะที่เราพร้อมจะพัฒนาบริการด้านต่างๆ เพิ่มเติมตามการเปลี่ยนแปลงของโลก ของยุคสมัย ของคนทุกช่วงวัย เพื่อเติมเต็มความต้องการของลูกค้า และเพื่อสร้างความประทับใจในสมกับที่เราได้รับเกียรติให้เป็นโรงแรมที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก” นายชนินทธ์กล่าว

ครั้งแรก ! ของ ‘ดุสิตธานี กรุงเทพ’ – ขณะที่ ‘ดุสิตธานี เกียวโต’ ได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

กรุงเทพฯ 10 ตุลาคม 2568 : กลุ่มดุสิตธานี เดินหน้าตอกย้ำบริการที่เป็นเลิศด้วยมาตรฐานระดับโลก หลังจาก 2 โรงแรมเรือธง โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ และโรงแรมดุสิตธานี เกียวโต คว้ารางวัล “มิชลิน คีย์”  โดย “ดุสิตธานี กรุงเทพ” ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2567 สามารถคว้ารางวัลได้เป็นปีแรก ขณะที่ “ดุสิตธานี เกียวโต” คว้า มิชลิน คีย์ ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่สองติดต่อกัน สะท้อนความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของกลุ่มดุสิตธานี แบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

มร. จิลล์ เครตัลเลช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT เปิดเผยว่า รางวัล “มิชลิน คีย์” (Michelin Key) ซึ่งประกาศอย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ Michelin Guide เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ถือเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพระดับโลกที่มอบให้แก่โรงแรมที่มอบประสบการณ์การเข้าพักและการบริการที่ยอดเยี่ยมเหนือระดับ โดยรางวัลที่โรงแรมทั้งสองแห่งได้รับสะท้อนถึงความทุ่มเท ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นของทีมงานในการยกระดับการบริการแบบไทยสู่มาตรฐานใหม่ในระดับสากล

“การที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ คว้ารางวัล Michelin Key พร้อมด้วยรางวัลระดับโลกอีกมากมายภายในปีแรกหลังกลับมาเปิดให้บริการ ถือเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ขณะเดียวกัน โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต ก็ได้รับการยอมรับเป็นปีที่สองติดต่อกัน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ดุสิต และความมุ่งมั่นของทีมงานในการส่งมอบบริการแบบไทยที่เปี่ยมด้วยคุณภาพในเวทีระดับนานาชาติ” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.ดุสิตธานี กล่าว

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2513 ในฐานะหนึ่งในโรงแรมหรูแห่งแรกของประเทศไทย และกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง ด้วยสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นและการบริการที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยไมตรีจิต โดยหลังจากการพัฒนาและก่อสร้างใหม่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 5 ปี โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ โฉมใหม่ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2567 ภายใต้โครงการมิกซ์ยูสระดับแลนด์มาร์ก “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” (Dusit Central Park) ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามสวนลุมพินีใจกลางกรุงเทพฯ  โดยโรงแรมได้รับการออกแบบใหม่อย่างสง่างาม ผสมผสานความคลาสสิกแห่งอดีตเข้ากับความร่วมสมัยอย่างกลมกลืน พร้อมบริการด้านสุขภาพระดับพรีเมียม ประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดล้ำ และการบริการที่เป็นเลิศในระดับสากล โดยทุกห้องพักได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติผ่านวิวสวนลุมพินี สร้างบรรยากาศแห่งความสงบท่ามกลางความมีชีวิตชีวาของเมือง

รางวัล “มิชลิน คีย์” (Michelin Key) ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จระดับโลกที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ได้รับภายในปีแรกหลังกลับมาเปิดให้บริการ สะท้อนถึงความโดดเด่นทั้งด้านการออกแบบและการบริการที่เป็นเลิศ นอกจากนี้ โรงแรมยังได้รับการยกย่องจากหลากหลายเวทีระดับนานาชาติ ด้วยรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ:

• Top Honours – Guestrooms Category จาก AHEAD Asia Awards 2025

• Top New Hotel จาก Smart Travel Asia – Best in Travel 2025

• Best New Hotel จาก TTG Asia Travel Awards 2025

• Best Opening จาก Skift Global Innovators Round-up (Winter 2025)

• Best Hotels in Bangkok จาก Condé Nast Traveller

• Best New City Hotel in Thailand จาก Tatler Best Awards (Thailand Hotels)

• Best Luxury Hotel (Asia) จาก Travel Weekly Asia’s Readers’ Choice Awards 2025

ขณะที่ โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนกันยายน 2566 ใจกลางเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ยังคงสร้างชื่อเสียงอย่างต่อเนื่องในระดับนานาชาติ โดยได้รับรางวัล “มิชลิน คีย์” เป็นปีที่สองติดต่อกัน สะท้อนถึงความโดดเด่นของแบรนด์ดุสิตในด้านการออกแบบ นวัตกรรม และการบริการที่เป็นเลิศ

ล่าสุด โรงแรมยังได้รับการจัดอันดับระดับสี่ดาวจาก Forbes Travel Guide’s 2025 Star Awards ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่ทรงคุณค่าและได้รับการยอมรับในระดับสากล ยืนยันถึงมาตรฐานการบริการแบบไทยที่ผสานอย่างลงตัวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น

โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านฮงวังจิ มอนเซ็นมาจิ อันเงียบสงบของเมืองเกียวโต ห่างจากสถานีรถไฟเกียวโตเพียง 850 เมตร โดดเด่นด้วยการผสานความงดงามของการบริการแบบไทยเข้ากับวัฒนธรรม โอะโมะเตะนะชิ ของญี่ปุ่น ซึ่งเน้นการดูแลแขกด้วยใจอย่างแท้จริง การออกแบบของโรงแรมสะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของเกียวโต ผสมผสานกับรายละเอียดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไทย เช่น ลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากเจดีย์เมืองอยุธยา พร้อมด้วยเส้นสายที่เรียบง่าย วัสดุธรรมชาติ และโทนสีที่ให้ความรู้สึกสงบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเกียวโต ความพิถีพิถันนี้ยังสะท้อนอยู่ในห้องพักทั้ง 147 ห้อง ที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีต มอบความสมดุลระหว่างความสง่างามเหนือกาลเวลาและความสะดวกสบายร่วมสมัย

โรงแรมเรือธง โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ และโรงแรมดุสิตธานี เกียวโต คว้ารางวัล “มิชลิน คีย์” 

นอกเหนือจากโรงแรมเรือธงทั้งสองแห่ง กลุ่มโรงแรมดุสิตยังคงสร้างชื่อเสียงในเวทีระดับสากลอย่างต่อเนื่อง โดยโรงแรมหลายแห่งได้รับการยกย่องด้วยรางวัลชั้นนำในด้านการออกแบบ การบริการ และประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของผู้เข้าพัก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการส่งมอบมาตรฐานแห่งความเป็นเลิศในทุกมิติ

ในงาน Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2025 โรงแรมในเครือดุสิตจำนวน 7 แห่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงแรมยอดเยี่ยมในแต่ละประเภท ได้แก่:

• โรงแรมดุสิตธานี มักตันเซบู – อันดับที่ 1 | The Philippines’ Best Beach Island + Upcountry Resorts

• โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า สิงคโปร์ – อันดับที่ 4 | Singapore’s Best Hotel Pools

• โรงแรมดุสิตธานี มะนิลา – อันดับที่ 4 | The Philippines’ Best Hotel Pools

• โรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ – อันดับที่ 7 | The Maldives’ Best Resort Pools

• โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ – อันดับที่ 9 | Thailand’s Best City Hotels

• โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต – อันดับที่ 8 | Japan’s Best City Hotels

• เทวารัณย์ เวลเนส, โรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ – อันดับที่ 9 | The Maldives’ Best Resort Spas

นอกจากนี้ ในปีเดียวกัน โรงแรมดุสิตธานี อาบูดาบี ยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 6 จาก 20 โรงแรมยอดเยี่ยมในตะวันออกกลาง โดย Condé Nast Traveler Readers Choice Awards 2025 ซึ่งตอกย้ำความสำเร็จของกลุ่มดุสิตธานีอย่างงดงามอีกด้วย

ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการให้บริการและการอำนวยความสะดวกระดับโลก
พร้อมต่อยอดความสำเร็จ หลังจากการได้รับ “กุญแจมิชลิน”
One Michelin Key

โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต โอเอซิสหรูใจกลางเมืองเกียวโต ภายใต้การบริหารของ กลุ่มดุสิตธานี ผู้นำด้านธุรกิจโรงแรมและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย คว้ารางวัล Four-Star Award โรงแรมระดับ 4 ดาว จาก Forbes Travel Guide ประจำปี 2025 หลังจากเพิ่งได้รับรางวัลกุญแจมิชลิน 1 ดอก สร้างชื่อเสียงแบรนด์ไทย ขึ้นแท่นหนึ่งในโรงแรมระดับพรีเมียมที่โดดเด่นที่สุดในเกียวโต

มร. มาโกโตะ ยามาชิตะ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมดุสิตธานี เกียวโต และ อาศัย เกียวโต ชิโจ  กล่าวว่า การได้รับรางวัลโรงแรมระดับ 4 ดาว Four-Star จาก Forbes Travel Guide  เพียงปีเดียวหลังเปิดให้บริการ ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มดุสิตธานี ที่จะมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่น่าประทับใจ ด้วยบริการที่จริงใจและเปี่ยมด้วยคุณภาพ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างมาตรฐานที่สูงขึ้นต่อไปเพื่อให้โรงแรมแห่งนี้เป็นสถานที่ที่อบอุ่น สง่างาม และเต็มไปด้วยความหมายสำหรับแขกทุกท่านที่มาเยือน

ทั้งนี้ Forbes Travel Guide ก่อตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2501 และเป็นที่ยอมรับทั่วโลกในฐานะผู้บุกเบิกระบบการให้คะแนนโรงแรมระดับห้าดาว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 โดยผู้ตรวจสอบที่ไม่เปิดเผยตัวตนของ Forbes Travel Guide จะทำการประเมินโรงแรมโดยใช้มาตรฐานกว่า 900 ข้อ เพื่อสร้างมาตรฐานความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างโปร่งใสและน่าเชื่อถือการจัดอันดับระดับ Four-Star จะมอบให้แก่โรงแรมที่มีการให้บริการที่เป็นเลิศและสิ่งอำนวยความสะดวกที่โดดเด่น โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต ได้รับรางวัลนี้จากการประเมินที่เข้มงวดโดยผู้ตรวจสอบของ Forbes Travel Guide ซึ่งเข้าพักแบบลูกค้าปกติและชำระค่าใช้จ่ายเอง เพื่อให้การประเมินเป็นไปอย่างยุติธรรม

ก่อนหน้า โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต ซึ่งเป็นโรงแรมสัญชาติไทยแห่งแรกและแห่งเดียวในญี่ปุ่น ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ได้รับรางวัล “กุญแจมิชลิน” (One Michelin Key) อันทรงเกียรติจากคู่มือ มิชลิน ไกด์ (Michelin Guide) ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์พิเศษที่มอบให้กับโรงแรมที่นำเสนอประสบการณ์การเข้าพักอันยอดเยี่ยม การได้รับรางวัลระดับ 4 ดาว จาก Forbes Travel Guide ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำความเป็นเลิศในการให้บริการระดับโลกของโรงแรมดุสิตธานี เกียวโต

โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต เปิดให้บริการเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2566 ตั้งอยู่ในย่านฮันกันจิ มอนเซนมาจิ ในเกียวโต ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าอันเงียบสงบ ห่างจากสถานีรถไฟเกียวโตเพียง 900 เมตร  ด้านการออกแบบโรงแรมมีการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของเกียวโตเข้ากับสถาปัตยกรรมอันงดงามของไทย และการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน มอบความสมดุลอันลงตัวระหว่างความสง่างามเหนือกาลเวลาและเสน่ห์แบบร่วมสมัย ซึ่งสามารถสัมผัสได้ในห้องพักทั้ง 147 ห้อง

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโรงแรม คือ ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่โดดเด่นกว่าใคร ซึ่งผู้เข้าพักสามารถลิ้มลองมื้อพิเศษแบบโอมากาเสะ เพื่อเติมความสุขผ่านอาหารชั้นเลิศ ที่ห้องอาหารโคโย (Kōyō) โดยทีมเชฟจะเลือกใช้วัตถุดิบสดใหม่ระดับพรีเมียม สื่อถึง ‘ฤดูกาลพิเศษ’ ทั้ง 24 ฤดูย่อยของเกียวโต สำหรับผู้เข้าพักที่มองหาประสบการณ์หลังรับประทานดินเนอร์สุดลักซ์ชูรี บาร์ ‘เดน เกียวโต’ (Den Kyoto) โดดเด่นด้วยค็อกเทลแฮนด์คราฟต์ที่ผสานสมุนไพรไทย ขณะที่ ‘อายตนะ’ Ayatana อีกหนึ่งห้องอาหารไทยของโรงแรมในรูปแบบไฟน์ไดนิ่ง ที่มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารไทยแบบเหนือระดับและสร้างสรรค์ โดยคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลจากภูมิภาคคันไซ รวมถึงพืชผักและสมุนไพรสดจากฟาร์มออร์แกนิกของโรงแรมดุสิตธานีเกียวโตเองอย่าง “Dusit Farm” ที่ตั้งอยู่ที่เขตพื้นที่โอฮารา (Ohara) ทางตอนเหนือของจังหวัดเกียวโต และชาออร์แกนิกจากไร่ชาของโรงแรมดุสิตธานีเกียวโตที่ตั้งอยู่ในเมืองวาซูกะ (Wazuka)  นอกจากนี้โรงแรมยังมีพื้นที่จัดงานที่ตกแต่งอย่างหรูหราซึ่งรองรับแขกได้มากถึง 240 คนแล้ว รวมถึง เทวารัณย์ เวลเนส เซ็นเตอร์ ที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงแรม ซึ่งเธอราปิสต์จะนำเสนอการนวดแบบผสมผสานระหว่างการแบบนวดไทยโบราณและพิธีกรรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ไม่เหมือนใคร พร้อมมอบประสบการณ์การผ่อนคลายที่สมบูรณ์แบบ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการสำรองห้องพัก ดูเพิ่มเติมได้ที่ Dusit Thani Kyoto

ขึ้นแท่นโรงแรมระดับลักซ์ชูรีแห่งแรกของดุสิตที่ได้รับการยกย่องให้เป็น
“โรงแรมที่พิเศษเหนือกว่าโรงแรมโดยทั่วไป”
ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเกียวโต ใจกลางอดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น

กลุ่มดุสิตธานีประกาศความสำเร็จในระดับโลกอีกขั้น หลังจาก “โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต”  (Dusit Thani Kyoto)  สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ ด้วยการเป็นโรงแรมสัญชาติไทยแห่งแรกและแห่งเดียวในญี่ปุ่น ที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ได้รับรางวัล “กุญแจมิชลิน” (Michelin Key) อันทรงเกียรติจากคู่มือ มิชลิน ไกด์ (Michelin Guide) ประจำปี 2567 ตอกย้ำความเป็นโอเอซิสระดับลักซ์ชูรี ใจกลางอดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น

มร. จิลล์ เครตัลเลช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)

มร. จิลล์ เครตัลเลช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT เปิดเผยว่า กลุ่มดุสิตธานี และโรงแรมดุสิตธานี เกียวโต รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ได้รับรางวัลกุญแจมิชลิน 1 ดอก ในด้านคุณภาพการบริการและประสบการณ์อันโดดเด่น ที่สามารถมอบให้ผู้เข้าพักทุกท่าน โดยโรงแรมดุสิตธานี เกียวโต นับเป็นโรงแรมสัญชาติไทยแห่งแรกและแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากความทุ่มเทของทีมงานในโรงแรม รวมถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละของกลุ่มดุสิตธานีในการสร้างมาตรฐานที่สูงเกินความคาดหวังของแขกผู้เข้าพักในทุกมิติ

สำหรับรางวัลกุญแจมิชลิน เป็นตราสัญลักษณ์พิเศษที่มอบให้กับโรงแรมที่นำเสนอประสบการณ์การเข้าพักอันยอดเยี่ยม ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ระดับเหมือนรางวัลอาหารในมิชลินไกด์ คือกุญแจตั้งแต่ 1-3 ดอก โดยจะต้องผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพ 5 ปัจจัย ได้แก่ การออกแบบภายในและสถาปัตยกรรมอันยอดเยี่ยม คุณภาพและความสม่ำเสมอในบริการ ความสะดวกสบาย และการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี ตัวตนที่สะท้อนถึงบุคลิกโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ความเป็นเลิศในการส่งมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าหรือมากกว่าราคาที่จ่าย และสถานที่ที่เป็นจุดหมายในตัวเอง โดยเป็นที่พักที่เพิ่มอรรถรสให้กับประสบการณ์ท้องถิ่น

ปัจจุบันโรงแรมต่าง ๆ ในประเทศฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และบางแห่งในสหรัฐอเมริกา ต่างได้รับรางวัลกุญแจมิชลินไปแล้ว ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียที่ได้รับรางวัลนี้ และ โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต เป็นโรงแรมไทยเพียงแห่งเดียวจากทั้งหมด 85 แห่งในประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับเลือกให้เป็นโรงแรมที่ได้รับรางวัลกุญแจมิชลิน 1 ดอก และยังเป็นโรงแรมแรกของเครือดุสิตที่ได้รับรางวัลนี้

ทั้งนี้ โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต เปิดให้บริการเมื่อเดือนกันยายน 2566 ตั้งอยู่ในย่านฮันกันจิ มอนเซนมาจิ (Hanganji Monzen-machi) ในจังหวัดเกียวโต ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าอันเงียบสงบ ห่างจากสถานีรถไฟเกียวโตเพียง 850 เมตร โดดเด่นด้วยการออกแบบในโรงแรมที่ผสมผสานมรดกอันล้ำค่าของเกียวโตเข้ากับสถาปัตยกรรมของไทย โดยได้บันดาลใจจากอยุธยา อดีตเมืองหลวงของไทยซึ่งเต็มไปด้วยวัฒนธรรม ซึ่งจะเห็นได้จากลวดลายเจดีย์ที่อยู่ในโรงแรม และรูปลักษณ์การออกแบบอื่นๆที่ยังสามารถพบได้ในห้องพักทั้ง 147 ห้อง ที่ได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน มอบความสมดุลอันลงตัวระหว่างความสง่างามเหนือกาลเวลาและเสน่ห์แบบร่วมสมัย

โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและสวยงาม เปรียบเสมือนโอเอซิสสำหรับนักเดินทางทั้งเพื่อการทำธุรกิจ และพักผ่อน นอกจากพื้นที่จัดงานที่ตกแต่งอย่างหรูหราซึ่งรองรับแขกได้มากถึง 240 คนแล้ว ยังมี เทวารัณย์ เวลเนส เซ็นเตอร์ ที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงแรม ซึ่งเธอราปิสต์จะนำเสนอการนวดแบบผสมผสานระหว่างการแบบนวดไทยโบราณและพิธีกรรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านดูแลสุขภาพอีกมากมาย ได้แก่ ศูนย์ออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์ครบครัน และสระว่ายน้ำในร่ม

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต ได้รับ “รางวัลกุญแจมิชลิน” คือ ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่หลากหลาย และโดดเด่นกว่าใคร ซึ่งผู้เข้าพักสามารถลิ้มลองมื้อพิเศษแบบ โอมากาเสะ เพื่อเติมความสุขผ่านอาหารชั้นเลิศ ที่ห้องอาหารโคโย (Kōyō) โดยทีมเชฟจะเลือกใช้วัตถุดิบสดใหม่ระดับพรีเมียม สื่อถึงการเฉลิมฉลอง ‘ฤดูกาลพิเศษ’ ทั้ง 24 ฤดูย่อยของเกียวโต สำหรับผู้เข้าพักที่มองหาประสบการณ์หลังรับประทานดินเนอร์สุดลักซ์ชูรี บาร์เดน เกียวโต (Den Kyoto) สามารถตอบสนองความต้องการได้ทันที ทั้งจากการตกแต่งอันงดงาม และค็อกเทลสูตรพิเศษ

ขณะที่ห้องอาหารอายตนะ (Ayatana) อีกหนึ่งห้องอาหารของโรงแรม พร้อมที่จะสร้างประสบการณ์แบบไม่ซ้ำใคร นำเสนออาหารไทยแบบไฟน์ไดนิ่งผ่านพหุประสาทสัมผัส (Multi – Sensory) โดยได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมที่หลากหลายของทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น โดยเชฟ โบ – ดวงพร ทรงวิศวะ และเชฟดีแลน โจนส์ สองสามีภรรยาซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการอาหารระดับโลก เป็นผู้วางคอนเซ็ปต์ และสร้างสรรค์เมนูต่าง ๆ ให้กับห้องอาหารนี้ การันตีคุณภาพจากร้าน Bo.Ian ซึ่งคว้ารางวัลดาวมิชลินมาแล้ว

โรงแรมแห่งนี้ยังได้รับการยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารขึ้นไปอีกขึ้น จากความมุ่งมั่นของกลุ่มดุสิตธานีที่ต้องการสนับสนุนผู้ผลิตท้องถิ่น และริเริ่มโครงการต่าง ๆ ในเกียวโต อาทิ ความร่วมมือกับ TeaRoom Inc. บริษัทผลิตชาแบบยั่งยืนเพื่อจัดตั้งสวนชาดุสิต (Dusit Tea Garden) ในวาซูกะ (Wazuka) ซึ่งเป็นเมืองทางตอนใต้ของจังหวัดเกียวโต เพื่อผลิตชาออร์แกนิกสำหรับใช้ในร้านอาหารและห้องพักของโรงแรม นอกจากนี้ ดุสิตยังได้ร่วมมือกับ OHARA FARMY ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาฟาร์มออร์แกนิกและการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน เพื่อสร้าง ดุสิตฟาร์ม (Dusit Farm) ฟาร์มออร์แกนิกขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างจากเกียวโตเพียง 20 นาทีโดยรถยนต์ นอกจากการปลูกผักเพื่อใช้ในร้านอาหารของโรงแรมแล้ว ฟาร์มแห่งนี้ยังจะเป็นสถานที่สำหรับการทำกิจกรรมอันน่าประทับใจ และมีคุณค่าสำหรับแขกผู้เข้าพัก เช่น กิจกรรมการเก็บผักด้วยตัวเอง เป็นต้น

“รางวัล “กุญแจมิชลิน” ที่โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต ได้รับในครั้งนี้ ยังถือเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อแบรนด์ดุสิตธานีที่ผ่านการปรับโฉมใหม่ และยังเป็นคำมั่นสัญญาของเราที่จะคงมาตรฐานระดับสูงเช่นเดียวกับโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ที่กำลังจะเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 27 กันยายน 2567 รวมโรงแรมดุสิตธานีที่อื่น ๆ ทั่วโลก ซึ่งเราหวังว่าจะสร้างความสำเร็จต่อไปในจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ของดุสิตธานีในอนาคต” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.ดุสิตธานี กล่าว

ปัจจุบันกลุ่มดุสิตธานีมีโรงแรมและรีสอร์ทในเครือรวม 298 แห่ง ใน 18 ประเทศทั่วโลก แบ่งเป็น โรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิต 57 แห่ง และวิลล่าหรู 241 ภายใต้แบรนด์ อีลิท เฮเวนส์ (Elite Havens) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเช่าวิลล่าระดับลักซ์ชูรีชั้นนำในเอเชีย ซึ่งดุสิตเข้าซื้อกิจการเมื่อเดือนกันยายน 2561 ปัจจุบันมีโรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิตมากกว่า 60 แห่งที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ